bliss

ในวันงานหนังสือเด็กที่ผ่านมา ถึงแม้จะติดงานมหาลัยแสนยุ่งก็ตามที ก็ยังพยายามปลีกตัวไปเสียให้ได้ ประเด็นสำคัญไม่ใช้เพราะนิยาย Light Novel ปกใหม่ของ Bliss หรือเพราะปกใหม่โคตรสวยทั้งชุดของแมวสามสีกับงานของโอสซึ อิจิ(ด้วยฝีมือของ คุณทรงศีล ผู้วาดหัวไฟกับถั่วงอก อยากได้เฟ้ย) และไม่ใจเพราะต้องการไปเหล่หญิงที่รุมเบียดเสียดกันที่บูทแจ่มใส่ที่โกลาหนกันถึงขั้นเป็นข่าวหน้าหนึ่ง แต่เพราะงานเขียนเล่มเดียว ของราชินีอาชยนิยายของญี่ปุ่น ที่ให้ตายอย่างไรก็อยากอ่านก่อนคนอื่นๆเขา ปริศนาฆาตกรรมหั่นศพ ของ มิยูเบะ มิยากิ

 

ไม่มีกล้องถ่ายรูป หารูปใหญ่กว่านี้ไม่ได้แล้ว T-T

 

เกริ่นนำ

วันที่บรรยากาศแจ่มใส่ เหมาะเป็นวันพักผ่อนหย่อนใจของสองแม่ลูก กลับถูกทำลายลงด้วยถุงปริศนาที่บรรจุชิ้นส่วนของศพที่เน่าเฟะล่องลอยมาตามน้ำ สร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วกรุงโตเกียว และเหมือนยังไม่สาใจความวิตปริตของฆาตกร มันจึงส่งจดหมายไปให้ตำรวจเพื่อบอกที่ซ่อนของชิ้นส่วนศพที่แต่ละชิ้น ยางิซาวะ มิจิโอะ นายตำรวจสืบสวนจึงต้องออกสืบสวนเพื่อจับฆาตกรโรคจิตผิดมนุษย์คนนี้

 

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ยางิซาวะ จุน ผู้เป็นลูก ก็ได้รับจดหมายลึกลับที่บอกให้รู้ว่า ชิโนดะ โทโงะ จิตรกรใหญ่ที่อาศัยในหมู่บ้านคือฆาตกร สอดคล้องกับข่าวลือที่ว่าเคยมีหญิงสาวหายเข้าไปในบ้านหลังนั้น จุน จึงออกสืบหาความจริงเพื่อช่วยเหลือพ่อ และได้พบกับเงือนงำที่ไม่คาดฝัน กับภาพวาด เปลวเพลิง

 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ใครเป็นคนร้าย ...ไปอ่านเอง

 

 

สิ่งที่ปิดบังไว้

 

นิยายเรื่องนี้ดูหลอนทั้งหน้าปกและชื่อเรื่อง ครั้งแรกที่ได้ยินว่าจะวางขายในงานหนังสือเด็กก็ยังสงสัยอยู่ว่ามันเหมาะสมหรือเปล่า แต่พออ่านจบแล้วก็ทำให้คิดไปว่า หรือนี้จะมีนัยยะแอบแฝง

ปริศนาฆาตกรรมหั่นศพใช้สองพ่อลูกเป็นนักสืบและตัวดำเนินเรื่อง โดยฝั่งพ่อจะเล่าในมุมมองของตำรวจ ขณะที่ฝั่งลูกจะนำเสนออีกด้านหนึ่งของโทงะ ที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนร้าย แก่นหลักของเรื่องกล่าวถึงสิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า กับสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านในอาจไม่ใช่อย่างเดียวกัน ชิโนดะ โทโงะ เป็นจิตรกรชราปากร้ายที่เคยมีข่าวเสียหายในวงการศิลปะ เมื่อย้ายมาอยู่ก็เกิดมีปากเสียงกับคนในหมู่บ้านและเกิดเป็นข่าวลือประหลาดๆขึ้น เพียงแค่นี้สามารถบอกได้หรือไม่ว่าเขาเป็นดีหรือคนร้าย เช่นกัน ฆาตกรฆ่าหั่นศพเป็นชิ้นๆ กระจายไปทั่วโตเกียว แล้วยังส่งจดหมายมาท้าทายตำรวจอีก นี้คือการกระทำของคนโรคจิตจริงๆ หรือเพราะมีอะไรแอบซ่อนอยู่

หรือการเอาหนังสือชื่อโหดๆแบบนี้ขายในงานหนังสือเด็ก ก็คือปริศนาธรรมแบบหนึ่งที่ Bliss จงใจให้เราตีความ?

 

 

THIS IS MIYABEeeee!!! (ตะโกนดังๆแล้วโดดถีบคนข้างหน้าตกบ่อ)

 

สิ่งที่เหนือไปจากนิยายนักสืบของนักเขียนท่านอื่นๆ นั้นคือการทำให้ตัวละครมีเอกลักษณ์และดูจับต้องได้ เป็นสไตล์เฉพาะตัวที่มิยาเบะนำเสนออยู่เสมอๆไม่ว่าจะเป็นนิยายเล่มไหนๆ มิยาเบะแสดงให้เห็นว่าเธอใส่ใจในพฤติกรรมของตัวละครและนำเสนอได้อย่างไม่น่าเบื่อ ไม่มากไม่น้อย ทำให้เวลาอ่านแล้วไม่รู้สึกเหมือนอ่านหนังสือ แต่เหมือนเห็นพวกเขาออกมาแสดงตัวให้ดูบนหน้ากระดาษ ยิ่งเล่มนี้ไม่หนามาก เลยอ่านเพลินจนจบแค่คืนหนึ่ง

ถ้าจะให้ติก็คงเป็นเรื่องของบรรยากาศของเรื่องที่ไม่สมกับชื่อและปก เพราะมีฉากโหดๆหรือเรื่องชวนหดหู่น้อยกว่าที่คาดมาก ทั้งที่ตั้งแต่หน้าปกยันบทเปิดก็ดูจะชักนำให้คนอ่านเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าอ่านคนเดียวแล้วแท้ๆ แต่เมื่ออ่านไปได้ซักสอง สามบท ก็เหมือนว่าเรื่องจะชักนำเราไปสู่บรรยากาศครอบครัวหรรษาในหมู่บ้านใหม่แสนร่มรื่น หรือนี้จะเป็นรูปแบบการหักมุมแบบใหม่ คือหักตั้งแต่หน้าปกแทนที่จะหักกันหน้าสุดท้าย ยังดีที่ปริศนาและความซับซ้อนยังพอคงอยู่ครบถ้วน จึงพอดึงอารมณ์กลับมาได้หน่อย

 

สรุป

พล๊อต กำลังดี เหมาะกับขาจรและแฟนขาประจำ

ความโหด น่าผิดหวัง เสียที่หน้าปกที่ทำให้เข้าใจผิด

สำนวนภาษา – 4.5 ดาว คนเขียนการันตี นักแปลมีฝีมือ

ระยะเวลาอ่าน -  1 ถ้วยกาแฟ ต่อสองบท หรือราวๆครึ่งคืน

edit @ 12 Aug 2008 15:15:39 by PeterBen

คุณพ่อหัวขโมย  

 

 

แม้จะไม่สามารถเรียกได้ว่า เป็นแฟนพันธุ์แท้ของมิยูเบะ มิยากิ เพราะในหลายๆเรื่องของเธอที่มีวางขายอยู่ในประเทศไทยนั้น ผมได้อ่านไปเพียงสองเรื่องเท่านั้นคือ เสียงกระซิบสังหาร และ เลเวล 7 แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมบอกได้ก็คือ ยังไม่มีเรื่องไหนทำให้ผมผิดหวัง

 

แม้แต่เรื่องที่ผมกำลังจะกล่าวถึงนี้ก็ด้วย

 

คุณพ่อหัวขโมย เป็นการกล่าวถึง หัวขโมยพ่อพระที่ทำการย่องเบาเพื่อสังคม ใกล้เคียงกับโรบินฮู๊ท แต่เหนือกว่าตรงที่มีการทำงานเป็นระบบเครือข่าย ทั้งขั้นตอนการลงมือ และขั้นตอนการกระจายทรัพย์สิน โดยเปิดบริษัทบังหน้าและมีเจ้านายเป็นทนายคนยากวัย 70 กว่าคอยสั่งการ

แต่แล้วก็เกิดสิ่งที่ดูเหมือนไม่คาดฝัน ทำให้หัวขโมยต้องมารับบทพ่อจำเป็นกับเด็กแสบสองพระหน่อ ความสนุกชนิดกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจึงบังเกิดขึ้น

 

เปลี่ยนแนว แต่ไม่เปลี่ยนไป

 

สำหรับใครที่เคยผ่านตามาบ้างสำหรับผลงานของมิยูเบะ มิยากิ คงนึกสงสัย ว่าพล๊อตหน่อมแน้มแบบนี้เป็นผลงานของมิยูเบะจริงหรือ? เพราะถ้าไม่บอกชื่อคนเขียน นักอ่านส่วนใหญ่คงนึกเอาว่า อาคากาว่า จิโร่ มีนิยายเรื่องใหม่มาให้อ่านอีกแล้ว เพราะพล๊อตเรื่องออกแนวครอบครัวชุลมุน ปนสืบสวนสอบสวนแบบนี้ มิยูเบะ ไม่น่าจะเขียนออกมาได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผมแล้ว คงต้องบอกว่า แม้จะเปลี่ยนแนวไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว มิยูเบะก็ยังเป็นมิยูเบะ คนเดิม

คุณพ่อหัวขโมย เป็นนิยายสืบสวนสอบสวน ที่มีการแทรกมุขตลกขำขันเอาไว้เป็นระยะๆ ปนกับความน่ารักของสองเด็กแฝด ที่คอยหาเรื่องป่วนคุณพ่อกำมะลอ ที่ชวนให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจเมื่อยามอ่าน โดยยังไม่ทิ้งความเป็นนิยายสืบสวนที่เข้มข้นชวนติดตาม เพราะมีการวางโครงเรื่องไว้อย่างดีโดยฝีมือของเจ้าแม่อาชญนิยาย แม้จะไม่ใช่สีหม่นๆเทาเหมือนเรื่องก่อนๆ แต่ก็ซับซ้อนและสนุกจนวางไม่ลง

ตัวนิยายใช้ลักษณะการดำเนินเรื่องแบบ จบในตอน โดยแต่ละตอนจะค่อยๆได้เห็นพัฒนาการของตัวละครไปทีละนิด โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของพ่อนักฉก กับเด็กแฝดสุดแสบ ที่ครบรสทั้งตลกและเศร้า และทำให้เราได้เห็นถึงฝีมือที่เหนือชั้นในการเป็นนักเล่าเรื่องของผู้เขียน ซึ่งในบางบทนั้น ผมก็ยอมรับว่า มัวแต่ให้ความสนใจความสัมพันธ์ของพ่อลูกกำมะลอมากกว่าความซับซ้อนของนิยายเสียอีก

 

โดยสรุปแล้ว สำหรับใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของ มิยูเบะ มิยากิ แล้ว ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง อย่าลังเลใจกับเรื่องการเปลี่ยนแนวเขียน เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นคนไม่มีอารมณ์ขันในชีวิต หรือไม่คิดแม้แต่จะอ่านนิยายที่มีกลิ่นอายความรักของครอบครัว คุณพ่อหัวขโมย ไม่ใช่นิยายที่มีพล๊อตเรื่องซับซ้อนขนาดพลิกโลกเหมือนดาวินชี่โค๊ต หรือโหดสยองแบบฮานิบาล แต่วันไหนที่อยากอ่านนิยายลึกลับซักเรื่อง แบบไม่อยากเครียดอะไรมากมาย คุณพ่อหัวขโมยก็ไม่น่าทำให้ใครผิดหวัง