เราอ่านนิยายรักทำไม?

 


        ก่อนหน้านี้ มีเพื่อนคนหนึ่งของผมที่ชอบอ่านนิยายรักมาก ผมที่อ่านแต่นิยายสืบสวนสอบสวนจึงได้แต่สงสัยว่า จะอ่านอะไรกันนักกันหนา มันกลับตอบออกมาสั้นๆว่า

"อ่านแล้วนึกถึงคนรัก"

ผมหัวเราะให้กับคำตอบที่โคตรจะน้ำเน่าของมันและไม่คิดจะถามอะไรอีก

ก็ตอนนั้นผมไม่เคยมีคนรักนี่หว่า

.......................................................................

    สำหรับผมแล้ว นิยายรักแทบจะเป็นสิ่งที่ผม “เมิน” เป็นอันดับแรก ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะผมไม่รู้จะเริ่มจากเล่มไหนดี ก็พี่ท่านครับ ลองไปร้านหนังสือซักร้านแล้วท่านจะรู้ว่า ไอ้นิยายรักเนี่ยมันมีมากมายขนาดไหน เอาแค่สำนักพิมพ์แจ่มใสก็ปาไปร้อยกว่าหัวแล้วเห็นจะได้ หรือจะเป็นของท่านๆนักเขียนยุคเก่าๆก็ไม่ชินกับสำนวน อ่านแล้วไม่ติดพัน อุส่าเพ่งสมาธิอ่านทั้งที ขออ่านมังกรหยกหรือกระบี่ไร้เทียมทานดีกว่า

    อย่างที่สองคือ ผมไม่ “อิน” เอาเสียเลย บ่อยครั้งมากๆที่ผมเปิดดูละคร ไม่ว่าจะไทยหรือเกาหลี ผมมักสงสัยในพฤติกรรมของคู่พระนางที่ทำไมเขาต้องทำอย่างนี้ ทำไมไม่ทำอย่างนั้น พระเอกเข้าใจผิดนางเอกแล้ว แล้วน้องสาวทำไมไม่โทรไปเคลียร์ หรือไม่ได้เติมเงินค่าโทร ไอ้โน้น ไอ้นี้ ไอ้นั้น โว้ยย! หงุดหงิด เปลี่ยนช่องดีกว่า
    ขนาดในโทรทัศน์ยังเป็นขนาดนี้ ถ้าเป็นนิยาย ผมอ่านๆอยู่มิเขวี้ยงหนังสือลงพื้นหรือไง

    ที่จริงแล้วก็ใช่ว่าผมจะเมินนิยายรักเสียหมดนะ แต่ที่อ่านๆมักเป็นนวนิยายรักที่มีพล๊อตแปลกๆนำเรื่อง แล้วมีเรื่องรัก โรแมนติก ผสมปนๆกันไปบ้าง เช่นว่านวนิยายเรื่อง "ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85" ของคุณวินทร์ ซึ่งไอ้เล่มนี้ จะบอกว่าเป็นนิยายโรแมนติกก็ออกจะพูดได้ไม่เต็มปากเท่าไร เพราะมันน่าจะเรียกว่านิยายไซไฟมากกว่า นอกนั้นก็เป็นพวก การ์ตูนตาหวานที่พี่สาวเป็นคนซื้อมา แต่เดี๋ยวนี้พี่ไม่ค่อยอ่านการ์ตูนอีกแล้ว จึงไม่มีโอกาสได้อ่านอีก

จนกระทั้งปีที่แล้ว อาจารย์ผมก็แนะนำให้ผมลองอ่าน

.............................................................

บันทึกร้อยวันฯ เป็นนวนิยายรักของนักเขียนนามปากกา ฟีลิปดา เป็นเรื่องที่อาจารย์ผมแนะนำให้ผมลองอ่านเพื่อพัฒนาด้านการเขียน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ บันทึกร้อยวันฯ เป็นนวนิยายรัก ที่สอนนักอ่านให้เขียนนิยายรัก โดยเล่าถึง พัดชาวดี ที่ลาออกจากงานมาอยู่เกาะ เพื่อมุ่งมั่นที่จะเขียนนวนิยายโรแมนติกของตัวเองให้เสร็จให้ได้ภายใน 100 วัน แต่ความฝันกลับต้องมาสะดุดเพราะนาย โทนี สุดหล่อเจ้าของบ้าน มาดนิ่งปากร้ายคอยรบกวนหัวใจ ไม่พอ เจ้าหล่อนยังต้องมาแกล้งเป็นแฟนกับนายโทนี คนนี้เสียอีก


บันทึกร้อยวันฯ เป็นนวนิยายสลับกับบทเรียนสอนการเขียนนวนิยาย  โดยผ่านการลงมือเขียนของพัดชาวดีที่ค่อยๆเดินไปเรื่อยๆทีละวันๆ ทำให้เราเห็นภาพการลงมือปฏิบัติงานของนักเขียนนิยายคร่าวๆ และระหว่างที่ลงมือเขียนอยู่นั้น พัดชาวดีก็ต้องพบกับเรื่องราวต่างๆที่ค่อยมากวนหัวใจอยู่เสมอๆจนไม่รู้ว่าหล่อนจะประสบความสำเร็จในการเขียนนวนิยายรักหรือจะพบรักก่อนกันแน่  นิยายเล่มนี้จึงเป็น เหมือน นิยายซ้อนนิยายแล้วซ้อนบทเรียนเขียนลงไปอีกชั้นหนึ่ง

ผมใช้เวลาอ่านนิยายเล่มนี้นานมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะมันหนามากๆ ตั้ง 810 หน้า ก็แหม่ พี่ท่านเล่นเขียนนิยายออกมาเป็นบันทึกประจำวันตั้งร้อยวัน เยอะขนาดนี้จะให้เอาไว้อ่านหรือเอาไปหนุนแทนหมอนกันแน่ครับ คุณฟีลิปดา

......................................................

วันที่ผมอ่านนิยายเล่มนี้จบ จู่ๆด้วยอารมณ์ประมาณไหนก็ไม่ทราบได้ ผมออกจากบ้านไปพร้อมนิยายเล่มนั้น นั่งรถไปที่ร้านกาแฟร้านหนึ่งแถวสยาม สั่งม๊อคค่าแก้วโปรด นั่งจิบอยู่คนเดียว ตาเหม่อมองเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างเปล่า

ใจนึกถึงใบหน้าของใครคนหนึ่งที่เคยนั่งยิ้มอยู่ตรงข้าม

คนที่ผมรัก....เคยรัก

ผมเปิดอ่านนิยายเล่มนั้นอีกครั้ง โดยเฉพาะฉากพ่อแง่แม่งอนของ พัดชาและโทนี กับบทพูดที่บางครั้งก็ชวนให้ขบขัน บางครั้งก็ชวนให้อารมณ์เสีย และบางครั้ง ก็ทำให้รู้สึกวาบหวิวขึ้นในใจ
...
และบางครั้ง รู้สึกอยากร้องไห้

แล้วผมก็นึกถึงเรื่องราวต่างๆ คำพูดต่างๆที่ผมเคยพูดกับใครคนหนึ่ง บางทีมันก็ซ้อนทับกับเรื่องราวในนิยาย ทั้งที่ผมไม่เคยไปที่เกาะเขียว ที่ๆพัดชาวดีและโทนีต้องแกล้งฟอร์มเป็นคนรักใส่กัน
.
.
.
"อ่านแล้วนึกถึงคนรัก"

ผมชักเข้าใจที่เพื่อนผมบอกแล้วสิ

สุขสันติ์เดือนแห่งความรักครับ
----------------------

ปล. จริงๆอยากเขียนให้เสร็จก่อนวันวาเลนไทน์ แต่คอมดันมีปัญหา เลยสายซะขนาดนี้

ปล.2 ต่อไปจะไปเรื่องสืบสวนแน่ๆครับรับรอง

edit @ 18 Feb 2009 19:12:14 by PeterBen

Comment

Comment:

Tweet

สนุกครับ อยากอ่านแนวๆ สืบสวนครับ เพราะผมอยากเป็น นักสืบเอกชน ครับ

#12 By ลุงไอสกรีม on 2012-10-25 13:50

น่าสนจุง cry ชื่อเรื่องก็เคร แย้ว~ อยากอ่านเนื้อหาจังเล๊ย~

#11 By Takagi Akito (103.7.57.18|125.24.173.103) on 2012-07-19 17:04

เราอ่านไปแล้ว 4 รอบ แต่ก็ยังอยากอ่านอีก
มันน่ารักจนวางไม่ลงจริงๆ เป็นตัวละครที่น่ารัก แถมฉลาดทันคนกันทั้งคู่ ชอบมากๆๆๆๆค่ะ

#10 By เพนกวิน (124.122.78.24) on 2011-01-13 21:30

วางไม่ลงเหมือนกันเล่มนี้
ตอนอ่านนี่ไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะติด - -

(แต่เราแอบข้ามตอนมันแนะนำวิธีเขียนนิยายไปนิดนึงนะ แบบอยากรู้เรื่องราวความรักมากกว่าsad smile )

#9 By [ Sai ];charot on 2010-10-26 20:50

เปนนิยายที่สนุกมากกกก อานเปนสิบๆรอบแล้ว

#8 By แอม (118.173.96.161) on 2010-04-20 11:22

สนุกดีนะ ได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับบันทึก รวมทั้งนวนิยายได้ในเล่มเดียวกัน แต่ 810 หน้า เล่นเอาเหนื่อย!!!!

#7 By ยอน (111.84.58.204) on 2010-03-09 19:15

เป็นกำลังใจให้น่ะสู้ๆ

#6 By (118.173.9.18) on 2009-11-08 10:30

อืมๆ

#5 By (118.173.9.18) on 2009-11-08 10:30

ไม่สนุกเลย

#4 By xuJ (125.26.187.56) on 2009-09-19 11:44

เล่มนี้เราก็อ่านจ้ะ
พ่อซื้อมา
เลยยืมพ่ออ่าน
ซื้อมาไม่ถึงปีแต่อ่านไป
สามรอบแล้ว

ปกติเป็นคนอ่านแต่ขอเกาหลี
แต่ แหมพี่ไทยก็ไม่ได้แย่สักหน่อยนี่เนอะ
confused smile

#3 By 「I'm Beau•김보주」 on 2009-05-15 15:03

เราอ่านนิยายรักกันทำไมเหรอ
นิยายรักจะทำให้เรารู้ว่าความรักเป็นยังไง หอม หวาน หรือ ขม ถ้าเป็นคนที่จินตนาการได้กว้างไกลเราสามารถมองเห็นความรักในนิยายรักเหล่านั้นได้ชัดเจนมากทีเดียวbig smile big smile

#2 By ฮารุ (118.172.224.165) on 2009-02-19 17:16

810 หน้า!!!

แฮรี่พอตเตอร์เตยยังไม่อ่านเลยอะ


โถ่ พิษเดือนกุมภาพันธ์

#1 By ชาเขียวaddict on 2009-02-18 19:45