จริงๆแล้วตั้งใจว่าจะลงรีวิวนิยายเล่มใหม่ของ มิยาเบะ มิยูกิ ที่ออกเมื่องานหนังสือเด็กเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่คงต้องเลื่อนไปก่อน เพราะเอนทรี่นี้ผมขอเว้นไว้เพี่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณ “ขอรบกวนทั้งชุดนอน” แห่ง Bloggang เพื่อแนะนำหนังสือดีๆที่ผมไม่คิดบังคับใครให้อ่าน แต่คาดหวังให้ทุกคนได้อ่านกัน หรือเพิ่มอีกซักคนหนึ่ง ก็ถึอว่าคุ้มค่าแล้ว

 

ภาวะโลกร้อน : รักษาตามกระแส?

            หลังจากพ่อ อัล กอร (ชื่อถูกเปล่าหว่า) ได้ออกมาแฉถึงสภาวะความบอบช้ำของโลกอย่างถึงลูกถึงคน จนเกิดปรากฏการณ์การตื่นตัวครั้งสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกออกมาเรียกร้องให้ช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันเป็นการใหญ่ ไม่เว้นแม้บ้านเมืองไทย ที่ทั้งห้างใหญ่ห้างน้อยต่างวางขายถุงผ้ากันเต็มถนนจนเหมือนจะเป็นแฟชั่นสมัยใหม่ ชนิดว่าไวรุ่นสมัยนี้ ใครคนไหนไม่หิ้วถุงผ้าคุยปัญหาโลกร้อน ถือว่าเอาต์สุดๆ เชยพอๆกับการเดินสยามแล้วไม่พก       IPhone             ขนาดนั้น

 

            เอาเถอะ จริงๆผมก็รู้หรอกว่า เรื่องพวกนี้สุดท้ายแล้วมันก็แค่กระแสอะไรซักอย่างหนึ่งที่สื่อทั่วโลกให้กำลังตื่นตัวอยู่ เหมือนอย่างที่ยุคหนึ่งเคยตื่นตัวกับคำทำนายของนอสตราดามุส หรือการบ้านักร้องดาราในอดีตนั้นล่ะ และเมื่อถึงเวลาหนึ่ง คนเราก็จะลืมมันไป กลายเป็นเพียงหน้าหนึ่งในประวัฒิศาสตร์ของมนุษยชาติ ผมอาจจะมองแง่ร้าย แต่มันก็เป็นเช่นนั้นอยู่ประจำไม่ใช่หรือไงกัน

 

            มันเป็นกระแสที่จะเงียบหายไป ผมคิดอย่างนั้นจริง ก่อนที่จะอ่านต้นไม้ใต้โลก

           

ต้นไม้ใต้โลก : การทำงานของคนที่ ทำ มากกว่า บ่น

 

ต้นไม้ใต้โลกไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องของภาวะโลกร้อนที่คนกำลังบ้าเห่อกันอยู่ตอนนี้ ไม่ได้พูดแค่วิธีการประหยัดพลังงาน หรืออะไรจิ๊บจ้อยแค่การรนรงค์ใช้ถุงผ้า แต่กล่าวถึงวิธีการดีๆที่คนทั้วโลกลงมือทำกันไปนานแล้วเพื่อช่วยให้โลกของเราดีขึ้น และไม่ใช่แค่การลดก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นทุกอย่าง ทุกอย่างที่มันควรจะดีได้ ทุกอย่างที่ใครๆอาจเห็นเป็นเรื่องเล็กอย่างเช่นหมากฝรั่งที่เราถุยทิ้งบนถนนจนติดหนึบและอังกฤษต้องเสียงบถึง 10,500 ล้านบาท เพื่อขจัดมันออก หรือรวมทั้งการนำเสนอวิธีการแก้ปัญาการใช้พลังงานแบบง่ายๆด้วยการขับรถวนขวาเพียงอย่างเดียว ที่ลดการปล่อยก๊าซได้มากกว่า 1,000 ตัน

ต้นไม้ใต้โลก รวบรวมวิธีการทำดีต่อโลกที่หลายคนทั่วโลกทดลองทำกันมาแล้วกว่า 100 วิธี ซึ่งแต่ละวิธีนั้น ดูเรียบง่ายจนไม่น่าเชื่อ อย่างการแก้ปัญาการใช้พลังงานแบบง่ายๆด้วยการขับรถวนขวาเพียงอย่างเดียว ที่ลดการปล่อยก๊าซได้มากกว่า 1,000 ตัน จนถึงวิธีการระดับมหาภาคอย่างการแชร์แท๊กซี่ร่วมทางกันของเมืองลิเวอร์พูล ที่ช่วยลดทั้งการใช้น้ำมัน และลดการจ่ายสะตังของประชาชน

ไม่ใช่แค่เรื่องโลกร้อนเท่านั้น ต้นไม้ใต้โลกยังอุดมด้วยวิธีการดีๆอีกหลายอย่าง และหลายด้าน ทั้งด้านการศึกษา สวัสดิการณ์ ความเป็นอยู่ของชีวิต ที่ถูกใจผมมากก็อย่างเช่น การคิดค้นยาฆ่าแมลงที่ไร้ซึ่งสารพิษใดๆเลย เพียงแค่ฉีดให้แมลงหนาวตายเท่านั้น หรือวิธีการเปลี่ยนที่สาธารณะให้กลายเป็นห้องสมุดด้วยการวางหนังสือเอาไว้ให้ใครก็ได้หยิบไปอ่าน

 

หลากหลายวิธีที่ได้อ่านในเล่ม นอกจากความรู้ที่แปลกใหม่แล้ว สิ่งที่ผมได้รับอีกอย่างหนึ่งคือ ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้เห็นความพยายามของคนอีกซีกโลกหนึ่งคิดทำขึ้นเพื่อให้โลกใบนี้หน้าอยู่ขึ้น บางวิธีเกิดขึ้นจากการลงมือทำของกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ที่ค่อยๆก้าวขยายใหญ่ไปไกลจนกลายเป็นแรงเคลื่อนไหวระดับโลก และแม้ว่าหลายๆวิธีนั้นอาจจะไม่เหมาะกับประเทศไทย หรือยังมีข้อจำกัดอีกมากทำจะทำมัน แต่นั้นก็ช่วยกระตุ้นให้ผมคิดและอยากค้นหาวิธีการใหม่ๆที่จะผลักดันโลกรอบๆตัวผมให้เคลื่อนที่ไปในทางที่ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ ไม่ใช่แค่ยืนขวางโลกอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน และเอาแต่บ่นโดยที่ไม่ลงมือทำเสียที

เมื่อผมอ่านจนจบ ผมเริ่มมองรอบตัวของผม ผมพบว่าผมมองปัญหารอบๆตัวในมุมที่ต่างไปจากเดิมและเริ่มคิดว่า จะทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาพวกนั้นได้ และแม้ว่าจนถึงตอนนี้ผมจะยังนึกไม่ออก แต่ก็หวังว่า หนังสือเล่มนี้จะได้กระตุ้นให้ใครซักคนคิดได้ และลุกขึ้นมาทำมัน ... เสียที

Comment

Comment:

Tweet

หวัดดีค่ะ..ตามมาจากบล็อกคุณชุดนอน
ทักทายเพื่อนร่วมโครงการค่ะ..ต้นไม้ใต้โลก
แม้เป็นเพียงโคงการเล็กๆ..แต่ก็ดีใจค่ะทีมีส่วนร่วม

#8 By แจง (82.50.133.174) on 2008-07-29 02:51

แวะมาเยี่ยมด้วยความซาบซึ้ง
และเปี่ยมด้วยกำลังใจครับ big smile

#7 By ทรงกลด (203.146.136.113) on 2008-07-28 20:47

กรุณาออกห่างจากประเด็นการเมือง
.
.
.
ไปคุยหลังไมค์แทน ^ ^

#6 By PeterBen on 2008-07-28 09:36

ถูกต้องอย่างยิ่งเลยครับ
ไม่ใช่แค่ต้องอ่าน
แต่ควรจะทำด้วย
ทำอะไรก็ได้ครับ
ที่ทำให้โลกใบนี้สวยขึ้น

อยากให้โลกเย็นลง...ที่ว่ากันปาว ๆ
ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอย่างแน่นอนครับผม

เอาล่ะ...เราไปเอาเขาพระวิหารคืนกัน
ฮ่า ๆๆๆ (ล้อเล่นนะครับ)

big smile sad smile

#5 By heyboibz (58.9.47.85) on 2008-07-27 23:05

สวัสดีค่ะ ตามลายแทงมาจาก bloggang นะคะ

การอ่านหนังสือสักเล่ม และรีวิว ก็เป็นความสุขแล้ว
ยิ่งมาเจอคนที่รีวิวหนังสือเล่มเดียวกัน ในวันเดียวกันอีก
ยิ่งเป็นสุขมากกว่าอีก ว่าไหมคะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

#4 By BeCoffee (222.123.232.183) on 2008-07-27 01:24

หากคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า
การอ่านหนังสือเล่มนี้จะสามารถช่วยคนสนใจการช่วยโลกได้
ผมอยากจะบอกว่า ผมก็ด้วยครับ ^^

สารภาพตามตรงเลย
แม้ผมจะทำตัวเหมือนนักอนุรักษ์สุดตัว
เขียนรีวิวหนังสือช่วยโลกทุกเดือน แถมไปชวนคนอื่นมาช่วยเขียนด้วย
แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ทำให้โลกทรุดโทรม

เป็นคนที่ทำไปแล้วก็ยังทำอยู่เรื่อยๆ
ผมหวังว่าคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ
จะคิดได้ว่ามีวิธีช่วยโลกแบบไหนจากหนังสือที่เหมาะกับตัวเอง
แต่ตัวผมเองมองไปทั้ง 100 หัวข้อในหนังสือ...ผมไม่พบที่เหมาะกับตัวเองเลยครับ
ผมอ่านจบแล้วผมก็ยังทำตัวปกติ
เปิดแอร์ ไม่เคยปลูกต้นไม้ ใช้ไฟไม่ประหยัดไปตามเรื่องตามราว
แต่สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปหลังจากได้อ่านคือ ผมเขียนถึงมัน

ผมเขียน เพื่อหวังให้คนได้อ่านตัวหนังสือของผม
เกิดอยากไปหาตัวหนังสือเต็มๆ มาอ่านต่อ
แล้วก็ภาวนาให้คนที่อ่านหนังสือจบ เอาแรงบันดาลใจจากหนังสือไปช่วยโลก
...แทนผมที...

งานนี้เค้าเรียกยืมมือช่วยโลกครับ 555+

แล้ววันนี้ ผมก็ขอแรงมือจากคนกว่าคน 10 คน
มาช่วยกันเขียน ลองนั่งคิดดูกันเล่นๆ
ผลจากการถล่มโลกไซเบอร์ด้วยรีวิวหนังสือของพวกเราในครั้งนี้
จะไปกระตุ้นให้คนที่เคยพูดแต่ไม่ทำ ให้หันมาลงมือได้กี่คน

ขอบคุณที่ร่วมโครงการนะครับ ^^
ยินดีที่ได้ร่วมปาร์ตี้รีวิวฯทั้งชุดนอนด้วยกันค่ะ

(แต่ขอแปะโป้งไว้ก่อน ปั่นรายงานเสร็จจะกลับมาอ่านอีกทีนะคะ )

#2 By maebin on 2008-07-25 23:07

มาทักทายยามดึกทั้งชุดนอนครับ
เย้ๆๆๆ

#1 By StillGoing on 2008-07-25 22:51