รายงานการFreezeครึ่งหลัง : ไม่ใช่แค่กล้องพัง ยังจะโดนขโมยอีกน่ะ
posted on 22 Apr 2008 01:04 by peterben in Eventเฮ้อ เรื่องมันเศร้าครับ เรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แต่ก่อนจะเล่าเรื่องเคราะห์ ขอเล่าความสนุกต่อให้จบก่อน
หลังจากจบครึ่งแรกไปได้ด้วยดี ทุกคนร่วมปรบมือแสดงความยินดีกัน ณ ลานกว้างฝั่งโตคิว และดูท่าทุกคนจะแฮปปี้กันมาก ต่างก็รู้สึกว่ายังคึกคักกันอยู่ กอบกับเป็นเวลาเย็นๆ แดดร่มลมดี ลานพารากอนตอนนี้ไม่ร้อนแล้ว
“ไปกันต่อไหม” ต้นโผถาม
จะเหลือหรือครับ
คราวนี้เราจึงประกาศนัดรวมพลที่ลานกิจกรรมพารากอนเวลา 17.30 น. เพื่อจัดกิจกรรม Bankok Freeze รอบสองต่อกันเลย แต่บังเอิญว่าในคราวนี้ ผู้ให้สัญญาณพิโคโล่ของเราติดภารกิจชีวิต จึงไม่สามารถให้สัญญาณต่อได้ คราวนี้จึงต้องเปลี่ยนครับเป็นคุณ Monophobia และคุณ แตง สองตากล้องภาพนิ่งที่ใครไปงานคอสเพลย์คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี โดยสัญญาณคือ ทั้งสองท่านจะตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายพร้อมเปิดหมวกเป็นการให้สัญญาณเริ่ม และเมื่อครบห้านาที คุณแตงจะเรียกชื่อคุณMonophobia กลับ แปลกว่าการFreeze ยุติ
งานนี้คุณMonophobia ในตอนแรกกล่าวอย่างมั่นใจว่าไม่น่ามีปัญหา แต่พอซักพักเริ่มมีการต่อลงมาเช่น
“เปลี่ยนจากถือหมวกค้างเป็นสวมหมวกได้เปล่า”
“ไม่ตะโกนแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้เปล่า”
“ไม่ต้องเอาชื่อเราได้เปล่า เขิน กลัวดัง”
ก็ไม่ต้องห่วงนะครับว่าจะดังไม่ดัง เพราะคลิปเราลงYoutube เรียบร้อยแล้วนะครับ คุณ....เอ่อ.... เอาน่า เขารู้ละว่าใคร
ใกล้เวลานัดหมายเข้ามาทุกที ผู้ร่วมกิจกรรมหลังจากไปดื่มน้ำปัดสาวะ นวดแข้งนวดขากันเรียบร้อยดีแล้ว ก็เริ่มทยอยกันมาเดินวนเวียน ณ ลานน้ำพุพารากอนกันพอสมควร ผมเห็นหนุ่มที่ยืนฟรีสพร้อมไอติมเมื่อรอบที่แล้วกลับมาด้วยไอส์ครีมถ้วยใหม่ ลงทุนดีจริงๆ แต่มองอีกด้านหนึ่ง นี้แกไม่กะคิดมุขใหม่เลยใช่ไหมเนี่ย
มารอบนี้เนื่องจากกล้องผมได้เจ๊งสนิทเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ผมจึงมาร่วมใหม่ในฐานะของ “ฟรีสเซอร์” เอาละ จะได้รู้กันละว่าการต้องมา แข็ง ต่อหน้าธาระกำนัลมันจะยากซักแค่ไหนเชียว
Monophobia มองนาฬิกา มือขวาหยิบหมวก เป็นสัญญาณว่าใกล้ได้เวลา เขามองไปรอบๆลานน้ำพุพารากอนเพื่อดูความพร้อมของคนราวๆ ร้อยสี่สิบคน ก่อนจะชูหมวกสีแดงสดพร้อมตะโกนออกไปว่า
“ไอ้แตงงงงง” เสียงสัญญาณดังขึ้น ทุกคนเริ่มหยุดนิ่ง พร้อมกับหนังสือในมือผมที่หล่นลงพื้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ(ก็หวงนิหว่า) ผมก้มลงหยิบมันขึ้นมาแล้วหยุดค้างไว้อย่างนั้น
ผมเลือกท่าก้มลงเก็บหนังสือ โดยไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อนว่า ท่านี้เวลามองจากด้านหลังแล้วมันเป็นท่า “โก้งโค้ง แอ่นตูด” ชัดๆ ใจนึกภาวนาว่า ใครอย่างมาถ่ายภาพเบื้องหลังตรูนะเฟ้ย
เวลาผ่านไปราวเกือบนาที ผมเริ่มได้ยินเสียงคนเดินไปมาพูดคุยอย่างสงสัย(รอบที่แล้วมัวแต่เพ่งสมาธิกะกล้องที่มันเสียเลยไม่ได้ดูรอบๆ) แล้วผมก็ค้นพบเรื่องสำคัญอย่างที่สอง คือ ในสภาพที่ผมก้มตัวอยู่นี้ ผมจะไม่เห็นอะไรเลย อ่าวเฮ้ย แล้วคนมาดูกรูเป็นใครบ้าง ใครหยุดในท่าไหนบ้าง ก็ไม่รู้เลยอะดิ เลือกท่านี้ทำไมเนี่ย
แล้วแม่เจ้าพระคุณรุนช่องเอ้ย ระหว่างที่ผมยืนอยู่นั้น หางตาผมก็เห็นขาเด็กคนหนึ่งที่เดินเข้ามาใกล้ๆผม พร้อมส่งเสียงร้องว่า
“เห้!!!”
พ่อแม่พี่น้องครับ พวกท่านไล่หมายังไง น้องเขาทำกับผมแบบนั้นเลยครับ (ไอ้เด็กสเปรท)
แล้ววิบากกรรมอย่างสุดท้ายครับทุกท่าน ทุกท่านจำได้ไหมครับว่าผมเริ่มบทความครึ่งแรกอย่างไร ไม่ต้องกลับไปอ่านครับ ผมเขียนมันไว้ว่า “ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการตกหมอน” แล้วลองคิดสภาพชายหนุ่มสูง 180cm นอนตกหมอน ที่กำลังยืนโก้งโค้งเก็บของแบบไม่ย่อขาดูซิครับ
“เลิกฟรีสได้แล้วเฟ้ยยย” กระดูกต้นคอผมร้องลั่นเมื่อนาฬิกาผ่านไปได้ไม่ถึงสองนาที
เวลานี้ผมรู้ซึ้งแล้วครับว่า ทำไมอาจารย์วิชา ส.ล.น. ถึงสอนให้เราย่อตัวเวลาเก็บของที่ตกอยู่ น้องๆหนูๆจำไว้เป็นเยี่ยงอย่างนะครับ
แต่ก็ช่างเถอะ ปวดก็ต้องทน สปีริทลูกผู้ชาย
แล้วเวลาห้านาทีก็ผ่านไปพร้อมขุมนรกที่กระดูกคอด้านซ้าย ได้เวลารวมตัวครั้งสุดท้ายก่อนพูดคุยเล็กๆน้อยๆ และแยกย้ายกลับบ้าน
อยากบอกว่างานนี้สนุกมากครับ ตอนที่ได้เห็นจำนวนคนที่มาซึ่งมากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะมากๆ ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าเราจะสามารถรวมคนที่แทบไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ให้มารวมตัวกันได้มากถึงขนาดนี้ งานนี้คงต้องยกความดีความชอบให้การประชาสัมพันธ์ของ คุณเป้ คุณเจไดเนโกะ(คนๆนั้นนั่นล่ะ)โปจิ และอีกหลายๆคนที่ช่วยกันบอกแบบปากต่อปากจนมันสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างได้เช่นนี้ แล้วต้องขอกล่าวขอบคุณผู้บันทึกภาพนิ่งทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการช่วยกันบันทึกภาพตามที่ระบุไว้ ซึ่งที่จริงแล้วจะเรียกว่าผมไปเจ้ากี้เจ้าการ ก็คงจะไม่ผิดนัก จึงขอแสดงความเกรงใจไว้ ณ ที่นี้ด้วย
อ่อ อีกสิ่งที่ยังไม่ได้เล่า เรื่องที่ว่าโดนขโมย ใช่ครับผมโดนขโมย ในงานนั้นเลยครับ เอาไปหมดไม่เหลือจริงๆ คนขโมยผมไม่ทราบครับว่าชื่ออะไร เบอร์ติดต่อก็ไม่รู้จัก แต่ผมเคยถ่ายรูปเธอเอาไว้ในงานคอสคราวก่อน นี้คือภาพของเธอครับ
ขอเบลอภาพเพราะไม่ได้ขออนุญาติไว้
เธอขโมยใจของผมไปครับ ตอนแรกผมไม่รู้จริงๆว่าเธอมาฟรีสด้วย จึงไม่ได้ระมัดระวังตัว หลังจากคราวก่อนได้มาขโมยใจผมไป เล่นเอาผมกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวันกว่าจะตั้งตัวติด มาคราวนี้ก็อีกครั้ง จึงอยากแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ใครคนไหนพบเห็นเธอ โปรดบอกด้วยว่าให้เอาใจผมมาคืนด่วน ทางนี้เตรียมเบอร์โทรไว้สำหรับเป็นค่าไถ่เรียบร้อยแล้ว ^ ^
edit @ 22 Apr 2008 11:21:38 by PeterBen


#1 By D û D e ` z on 2008-04-22 01:31