หลังจากได้เคยทดสอบฝีไม้ลายมือของ ทาคาโนะ คะซุอากิ มาแล้วจาก บันได 13 ขั้น ปริศนาจากแดนประหาร ที่ทำให้ผมทึ่งในพล๊อตเรื่องจนวางไม่ลง เมื่อได้มาเห็น คนขุดสุสาน ซึ่งเป็นผลงานจากนักเขียนท่านเดียวกัน ผมจึงไม่ลังเลที่จะหยิบติดมือกลับมาจากงานหนังสือ ครั้งก่อน ...แต่กว่าผมจะได้อ่านก็ข้ามมาถึงงานสัปดาห์หนังสือคราวนี้นั้นล่ะ

 

หลังอ่านจบ ผมก็รู้สึกว่า...ทำไมผมไม่หยิบมาอ่านเร็วกว่านี้นะ

 

คนขุดสุสานเป็นผลงานสืบสวนประเภท ไล่ล่า หักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ ที่เราจะพบเห็นได้บ่อยๆในหนังแอคชั่นของฮอลลีวูด ซึ่งว่าตามตรงแล้วนี้เป็นสไตล์ที่ผมไม่ถนัดเอาเสียเลย เพราะผมชอบพวกปริศนาฆาตกรรมที่มีโครงเรื่องซับซ้อนที่เราต้องมานั่งขบคิดว่าใครคือฆาตกรและลงมือไปเพื่อเหตุผลใดมากกว่า นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมต่อต้านหนังสือเล่มนี้อยู่ลึกๆ และเลือกที่จะอ่านเป็นลำดับท้ายๆ แม้จะชื่นชอบในตัวนักเขียนท่านนี้แค่ไหนก็ตาม

จนเมื่อได้ลงมืออ่านจริงๆ ผมก็พบว่า สิ่งที่ผมระแวงไว้ ผิดคาดเอามากๆ

 

คนขุดสุสานกล่าวถึง ยางามิ ชายหน้าเหี้ยมผู้มีอาชีพเป็น 18มงกุฎ ที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี โดยการบริจาคไขกระดูก(มุขนี้รู้สึกนิยายญี่ปุ่นจะใช้บ่อยนะ) ขณะที่ช่วงเวลาการบริจาคกำลังงวดเข้ามา ยามิกลับถูกไล่ล่าจากกลุ่มคนลึกลับที่ไม่ทราบที่มา ซ้ำร้ายยังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง หฤโหด จนต้องหลบหนีจากตำรวจญี่ปุ่นทั้งเมือง และเหมือนอุปสรรค์จะไม่พอ ยังมี Grave Digger ฆาตกรต่อเนื่องที่ลอกแบบการฆ่าสยองขวัญจากตำนานยุโรปกลางมาร่วมขบวนล่าในครั้งนี้อีก

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ใครคือเกรฟดิกเกอร์กันแน่ และเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดจากอะไร...ไปอ่านเอง

 

รวดเร็วและระทึกใจ

อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่าผมไม่ค่อยถนัดนักกับนิยายสืบสวนสอบสวนประเภทไล่ล่าหักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า มันอืด หลายครั้งที่นักเขียนพยายามชักนำให้ผมลุ้นไปกับการหนีตายของตัวเอก และนั้นทำให้ผมหงุดหงิดมาก เพราะสิ่งที่ผมอยากรู้ไม่ใช่ว่าตัวเอกจะตายไหม(มันไม่ตายหรอก ก็ยังอ่านไม่จบนิหว่า) แต่ผมอยากรู้ว่า จะแก้ปริศนาอย่างไรตะหากเล่า ยิ่งถ้าเป็นนักเขียนฝีมืออ่อนหัดก็ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเขาสามารถเปลี่ยนจากนิยายสืบสวนเป็นยานอนหลับชั้นดีได้เลย

คนขุดสุสานก็เหมือนจะมาในลักษณะนั้น แต่กลับเร้าใจผมได้มากกว่าที่คาด เพราะยางามิตัวเอกของเรื่องไม่ใช่คนโง่ อย่างที่บอกว่าหมอนี้เป็น 18 มงกุฎ ที่เฉลียวฉลาด จึงสรรหาเทคนิคการเอาตัวรอดได้สนุกและน่าติดตาม ที่สำคัญคือ หมอนี้ไม่ใช่คนดีจ๋า และไม่ต้องรักษาหน้าที่ไหน(เพราะหน้ามันเหี้ยมอยู่แล้ว) การหลบหนีของเขาจึงแฝงไว้ด้วยความดิบปนฮา ทำให้ผมรู้สึกสนุกไปกับเรื่องได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และเมื่อสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย นักเขียนก็ฉลาดพอที่จะเปลี่ยนเหตุการณ์ไปที่ความคืบหน้าของกรมตำรวจ และฉากฆาตกรรมสยองของ เกรฟดิกเกอร์

ชั้นเชิงการดึงดูดคนอ่านเช่นนี้ คงต้องยกนิ้วโป้งให้ ทาคาโนะ คะซุอากิ

ฉากการไล่ล่าอันใหญ่โต จากประเด็นที่ไม่ใหญ่เท่าไร

ส่วนต่อจากนี้ไม่ได้สปอย์ แต่อาจทำให้เสียอารมณ์ไปบ้าง จะข้ามก็ได้

เพราะแม้จะมีฉากการไล่ล่าที่สนุกน่าสนใจ แต่ผมก็คงยกให้เป็นนิยายสืบสวนอันดับต้นๆไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่นิยายสืบสวนสอบสวนควรจะทำได้ดี ในเรื่องนี้กลับไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร

ผมกำลังพูดถึงแรงจูงใจของฆาตกรโหด เกรฟดิกเกอร์

การเคลื่อนไหวของคนร้ายในเรื่องมีความโหดเหี้ยมและแฝงไปด้วยความแค้น ซ้ำยังลงมืออย่างเอิกเกริกและรุนแรง แถมยังขุดเอาการฆ่าจากตำนานการล่าแม่มดในยุโรปมาใช้เพื่อเพิ่มความโหด แต่เมื่อดูจากแรงจูงใจที่คนเขียนเฉลยออกมาแล้ว กลับไม่ทำให้ผมเชื่อว่าเกรฟดิกเกอร์จะต้องลงมือถึงขนาดนั้น ในตรงนี้หากผู้เขียนเพิ่มเหตุการณ์ให้น่าเชื่อถือกว่านี้ หรือเพิ่มแรงกดดันหรือด้านมืดของตัวเกรฟดิกเกอร์ให้หนักขึ้น น่าจะช่วยให้ผม อินกับเรื่องในช่วงท้ายได้มากกว่า

อย่างไรเสีย ในจุดนี้ก็ชดเชยได้กับความซับซ้อนของเรื่องราวลึกลับภายในกรมตำรวจญี่ปุ่น ที่บรรยายออกมาได้น่าเชื่อถือและน่าติดตาม

 

อย่างไรเสีย สำหรับคอนิยายสืบสวนที่ชอบฉากการไล่ล่าที่สนุกตื่นเต้น มีการเดินเรื่องที่รวดเร็ว ก็ถือว่า พลาดไม่ได้ ผมอ่านรวดเดียวจบก่อนตี 1 ด้วยซ้ำ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบมาจาก บันได 13 ขั้นมาก่อน เรื่องนี้ก็ไม่น่าทำให้คุณผิดหวังเช่นกัน

 

และสำคัญที่สุด สำหรับผู้ชื่นชอบฉากฆาตกรรมโหดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด

edit @ 29 Mar 2008 11:17:28 by PeterBen

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีอยู๋ในชั้นหนังสือเหมือนกันค่ะ แต่ว่ายังไม่ได้หยิบมาอ่านเลย

วันก่อนชั่งใจ เลือกเรื่องที่มาอ่านระหว่างไปทำธุระ ระหว่าง โทรศัพท์มือถือ กับเรื่องนี้ แต่เลือกเรื่องแรกมาซะก่อน


อ่านบลอคนี้แล้ว เหมือนได้คุยกับเพื่อนคอเดียวกันเลยค่ะ
surprised smile

#1 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2008-03-31 07:57

อืม... ขอเก็บไว้เป็นwiht list เล่มต่อไปค่ะ
งานหนังสือปีนี้ก็ไม่ได้ซื้อมา ไม่เห็นผ่านตาเลยด้วยซ้ำ
สงสัยพนักงานขายจะไม่ได้เชียร์sad smile

#2 By pretty_little_things on 2008-04-14 21:59

ชะอุ้ย อยากอ่านบ้างจังอะพี่ T-T

#3 By ~@Asami@~ on 2008-04-20 00:44

อุ๊ย จดชื่อหนังสือกับคนเขียนด่วน ไปหาอ่านมั่ง
.
ปล.ไม่แก่ๆ เพราะอู๋ยังเด็กไงคะ พี่ๆวัยรุ่นๆ