หากนับถึงประวัติศาสตร์นวนิยายสืบสวนของไทยกันจริงๆแล้ว
ประเทศไทยเรามีนวนิยายสืบสวนฯกันมาตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ
ได้พระราชนิพนธ์เรื่องสั้นชุด “นิทานทองอิน” ในปี 2447 ซึ่งเป็นเรื่องสั้นแนวสืบสวนฯ เรื่องแรกของไทย ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก
“เชอร์ล็อค โฮล์มส์” ของอาร์เธ่อร์ โคนัน ดอยล์
ที่กำลังโด่งดังอยู่ในประเทศอังกฤษในช่วงเวลาเดียวกัน
ด้วยหมายว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นใบเบิกทางให้นิยายแนวรหัสคดีเกิดขึ้นในประเทศไทย
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ร่วมร้อยกว่าปี
ขณะที่นวนิยายแนวสืบสวนฯของต่างประเทศพัฒนาไปไกลลิบ แต่ที่ประเทศไทย
กลับค่อยๆคืบคลานอย่างเชื่องช้า
.
.
.
เฮ้อ น่าเศร้า
แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหวังซักกะหน่อย
Nanmeebooks Award 2551
โชคดีที่เดียวนี้หลายๆสำนักพิมพ์ที่เห็นค่าในการส่งเสริมผลงานของนักเขียนหน้าใหม่ซึ่งมีมาให้เห็นกันเรื่อยๆ
โดยเฉพาะของ นานมีบุ๊ค ที่มีการประกวดหนังสือกันทุกๆปี
แถมยังมีจัดแยกเป็นรางวัลสาขา สืบสวนสอบสวน ออกมาโดยเฉพาะอีกด้วย
ทำให้นักเขียนมีแรงกายแรงใจอยากปลุกปั้นงานเขียนแนวสืบสวนฯกันมากขึ้นไปอีก
คอนิยายสืบสวนฯอย่างผมเห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจด้วยจริงๆ
โดยในงานสัปดาห์หนังสือเมื่อปีที่ผ่านมา
นานมีก็ได้ตีพิมพ์ผลงานของผู้ที่ได้รับรางวัลอันดับ 1,2,3 ออกมาวางขายด้วย (ปีก่อนหน้านั้นมีถึง 4 เล่ม แต่ทุกเล่มได้รับรางวัลชมเชยหมดเพราะไม่มีผู้ชนะ
แสดงให้เห็นว่ากรรมการเขี้ยวแค่ไหน แต่ เอ!!! ถ้าได้รางวัลชมเชยหมด แล้วพี่ท่านจะพิมพ์ออกมาทำไมหว่า...ช่างเหอะ
ถือเป็นกำลังใจคนเขียนก็ละกัน) โดยทั้งสามเล่มมีดังนี้
รางวัลชนะเลิศ “ปริศนา 70 ล้าน” ของคุณ ปริศนา ปรัศนี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “ฆาตกรรมลวง” ของคุณ จัตวาลักษณ์ (ปีก่อนหน้าก็ได้รางวัลชมเชย ได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือด้วย)
รางวับรองชนะเลิศอันดับ 2 “คดีลึกลับสืบจากศพ(หมา)” ของคุณ ดุสิตา
(ชื่อเหมือนน้ำดืมที่มหาลัยฯแฮะ)
ที่ผมมีโอกาสอ่านแล้วคือ ปริศนา 70
ล้าน กับ คดีลึกลับฯ
ซึ่งเป็นผลงานที่น่าสนใจมากทั้งคู่ จึงถือโอกาสรวบรัดเล่าให้ฟังคราวเดียวเลย
ส่วนฆาตกรรมลวงไว้มีโอกาสจะเอามาแนะนำอีกทีหนึ่งครับ
ปริศนา 70 ล้าน
เรื่องย่อ - ปริศนา 70 ล้าน
เป็นนวนิยายสืบสวนฯที่ไม่ได้เริ่มเรื่องจากศพ
แต่เรื่องเกิดขึ้นจากการหายไปของเงินในธนาคารกว่า 70 ล้านบาท ทั้งๆที่มีการเฝ้าระวังอย่างแน่นหนา คมน์ ครองธรรม
นักสืบสายตาสั้น จึงถูกขอร้องจาก ชาตรี
ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารและเพื่อนซี๊เก่าของคมน์ ให้ช่วยสืบคดีอย่างลับๆ
เพราะผู้ต้องสงสัย ก็คือ พนักงานธนาคารกว่าสิบชีวิต
แถมหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นชายที่เคยแย่งคนรักของนักสืบไปเสียอีก
วิจารณ์ – ปริศนา ปรัศนี
(นามปากกา) ไม่ใช่มือใหม่ในงานเขียนแต่อย่างใด
เพราะเขาเป็นนักเขียนเรื่องสั้นมาก่อนโดยใช้นามปากกาว่า ชิด ชยากร ปริศนา 70
ล้าน
จึงเป็นนิยายอ่านง่ายที่มีสำบัดสำนวนค่อนข้างดี ทำอ่านแล้วไม่ค่อยสะดุด
ตัวพล๊อตเรื่องเองก็พอใช้ได้ แต่ไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไร เพราะอ่านไปถึงครึ่งเรื่องก็พอสรุปคร่าวๆได้
แต่คาดว่าผู้เขียนคงติดปัญหามาจากการเขียนเรื่องสั้นที่ใช้ตัวละครน้อย
ทำให้ช่วงที่นักสืบกับตำรวจเริ่มลงมือสอบปากคำผู้ต้องสงสัยซึ่งมากมายหลายคนเหลือเกินแต่ผู้เขียนบรรยายเร็วมากจนอ่านแล้วจำไม่ค่อยได้
แถมชื่อตัวละครยังมีตัว “ช” ช้าง เต็มไปหมด เดี๋ยวก็ ชาตรี เดี๋ยวก็ เชิดชาย
อีกคนก็ชื่อ เชี่ยวรบ ฯลฯ ยิ่งเป็นคนจำชื่อคนไม่เก่งอย่างผมด้วย
ไม่ทราบว่าคิดจะแกล้งคนอ่านกันใช่หรือเปล่าเนี่ย
อีกจุดหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกใจเท่าไรคือ
บทเฉลยในหน้าท้ายๆ ที่เหมือนอยู่ๆก็ลอยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เหมือนว่าตัวนักสืบเป็นคนรู้ความลับนี้อยู่คนเดียว
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ปูพื้นตรงส่วนนี้ไว้เพียงแค่น้อยนิด แต่พอเข้าใจว่า
คนเขียนคงคิดพล๊อตตรงนี้ไว้แต่แรกแล้ว
แต่อาจจะยังเล่าได้ไม่ดีนี้ทำให้กลายเป็นจุดอ่อนไป
คดีลึกลับ สืบจากศพ(หมา)
คดีนี้ก็ต่างจากนวนิยายสืบสวนสอบสวนเรื่องอื่นๆอีกแล้ว
เพราะแทนที่นักสืบจะตามสืบจากผู้เสียชีวิต(ที่เป็นคน)
ไปตามสืบจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นหมาแทน อ่านพล๊อตแล้วรู้สึกโดนใจมากเลยหยิบกลับบ้านอย่างไม่ลังเล
โดยเรื่องราวเกิดจากการเสียชีวิตอย่างทารุณของเหยื่อรายหนึ่ง
ซ้ำคนร้ายยังตัดหูซ้ายของผู้เคราะห์ร้ายไปด้วย
แต่ที่ผิดปรกติที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่
ตำรวจได้พบศพของสุนัขตัวหนึ่งในที่เกิดเหตุ
แถมยังถูกฆาตกรรมในสภาพเดียวกับผู้ตายอีกตะหาก เป็นเหตุให้นายตำรวจ อลงกต
ที่ติดใจในคดีต้องไหว้วานให้หมอฝน สัตวแพทย์สาวร่วมมือชัณสูตรศพหมา
เพื่อตามหาคนร้ายตัวจริงมาดำเนินคดีให้ได้
สืบจากศพ(หมา)
ค่อนข้างจะตรงข้ามกับเรื่องแรกตรงที่ คุณดุสิตานั้นเป็นนักเขียนมือใหม่จริงๆ
และนวนิยายสืบสวนเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกของเธอเลยก็ว่าได้
ซึ่งเมื่อได้ลองอ่านก็เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนถึงลักษณวิธีการเล่าเรื่องที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกติดขัดในสำนวน
มีการบรรยายอารมณ์ของตัวละครที่ดูแปลกๆและปรากฎคำที่ฟุ้มเฟือยอยู่มาก
แถมในส่วนของการสืบสวนคดี การเปิดเผยหลักฐาน
การซ่อนปมของเรื่องราวก็ทำได้ไม่ค่อยแนบเนียนนัก หากใครเป็นคอสืบสวนฯอ่านก็คงเดาเรื่องได้ตั้งแต่ผ่าท้องหมากันนั้นล่ะ
แต่หากตัดเรื่องสำนวนออกไปบ้าง
สืบจากศพ(หมา) ก็นับว่าเป็นนิยายสืบสวนที่มีพล็อตเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
น่าติดตามมากว่า ในอนาคตคุณ ดุสิตาจะสามารถพัฒนางานเขียนของตัวเองและ
สร้างสรรค์ผลงานเรื่องใหม่มาให้เราๆท่านๆได้อ่านกันอีกหรือเปล่า
เป็นที่น่าชื่นชมมากว่าที่ในประเทศไทยยังมีผู้ให้ความสนใจและสนับสนุนผลงานของนักเขียนนิยายสืบสวนฯปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
เพราะถึงแม้ว่าผลงานที่ได้รับรางวัลในการประกวดคราวนี้จะยังมีจุดบกพร่องบ้างเล็กน้อย
แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะพัฒนาต่อยอดงานเขียนแนวสืบสวนฯที่นักเขียนไทยแม้ยังคงวิ่งไล่ตามต่างประเทศอยู่
แต่ผมเชื่อว่าก็คงอีกไม่นานนักล่ะ
ที่เราจะได้เห็นงานเขียนแนวสืบสวนฯเจ๋งๆที่สามารถยืนเทียบเคียงงานของต่างประเทศได้เสียที